สรุปข่าวสำคัญที่มีผลต่อ ราคาทองคำ น้ำมัน อัตราแลกเปลี่ยน 4-6-51
ราคาทองปรับตัวลงสู่ราว 880 ดอลลาร์ในการซื้อขายช่วงเช้านี้ หลังปิดร่วงลงวานนี้ซึ่งมีแรงกดดันจากการทะยานขึ้นของดอลลาร์อันเนื่องมาจากคำเตือนของธนาคารกลางสหรัฐเกี่ยวกับค่าเงินดอลลาร์ และการร่วงลงของราคาน้ำมัน
ณ. เวลา 07.34 น. ตามเวลาไทย ราคาทองสปอตมีการซื้อขายที่ระดับ 880.50/882.15 ดอลลาร์/ออนซ์ เมื่อเทียบกับระดับปิดในตลาดทองนิวยอร์คเมื่อวานนี้ที่ระดับ 882.90/884.10 ดอลลาร์
สัญญาน้ำมันดิบล่วงหน้าของสหรัฐทรงตัวในช่วงเช้านี้ ก่อนการเปิดเผยข้อมูลสต็อกน้ำมันรายสัปดาห์ของสำนักงานสารสนเทศด้านการพลังงานสหรัฐ EIA ในวันนี้ หลังจากราคาร่วงลงกว่า 3 ดอลลาร์เมื่อวานนี้ เมื่อนายเบน เบอร์นันเก้ ประธานเฟด กล่าวว่า เฟดได้จับตาดูผลกระทบของค่าเงินดอลลาร์ต่อภาวะเงินเฟ้อ
สัญญาน้ำมันดิบส่งมอบเดือน ก.ค. ที่ตลาด Nymex ลดลง 6 เซนต์ หรือ 0.05% มาที่ 124.25 ดอลลาร์/บาร์เรลในการซื้อขายช่วงเช้านี้ผ่านระบบ Globex หลังจากปิดวานนี้ดิ่งลง 3.45 ดอลลาร์หรือ 2.7% มาที่ 124.31 ดอลลาร์/บาร์เรล
ราคาน้ำมันได้รับแรงกดดันจากการที่ผู้อำนวยการสำนักงานพลังงานสากล IEA กล่าวกับรอยเตอร์เมื่อวันจันทร์ว่า อุปสงค์น้ำมันในตลาดโลกลดลงอย่างรวดเร็วเกินคาด และ IEA อาจปรับลดตัวเลขคาดการณ์การเติบโตของอุปสงค์ลงไปอีก
ความวิตกเกี่ยวกับเหตุรุนแรงในตะวันออกกลางยังคงส่งผลกระทบต่อตลาด ในขณะที่ประธานาธิบดีมาห์มุด อาห์มาดิเนจาดของอิหร่านกล่าววานนี้ว่า รัฐอิสราเอลจะต้องหายไปจากโลกนี้ ไม่ว่าอิหร่านจะเข้ามาเกี่ยวข้องในเรื่องนี้หรือไม่ก็ตาม
รอยเตอร์เปิดเผยผลสำรวจในวันอังคารระบุว่า ปริมาณการผลิตน้ำมันของกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน โอเปก ฟื้นตัวขึ้นในเดือน พ.ค. หลังจากลงไปแตะจุดต่ำสุดของปีนี้ในเดือน เม.ย. ในขณะที่สมาชิกกลุ่มโอเปกซึ่งรวมถึงซาอุดิอาระเบียและอิรักผลิตน้ำมันเพิ่มมากขึ้น
ด้าน EIA จะเปิดเผยข้อมูลสต็อกน้ำมันรายสัปดาห์ในวันนี้เวลา 21.30 น. ตามเวลาประเทศไทย
นักวิเคราะห์ที่ได้รับการสำรวจโดยรอยเตอร์คาดว่า สต็อกน้ำมันดิบอาจเพิ่มขึ้น 800,000 บาร์เรลในช่วงสัปดาห์สิ้นสุดวันที่ 30 พ.ค. ,สต็อกน้ำมันกลั่นอาจเพิ่มขึ้น 1.4 ล้านบาร์เรล และสต็อกน้ำมันเบนซินอาจเพิ่มขึ้น 400,000 บาร์เรล ส่วนอัตราการใช้กำลังการกลั่นน้ำมันอาจเพิ่มขึ้น 0.4%
ดอลลาร์ทรงตัวในช่วงเช้านี้ โดยรักษาช่วงบวกเมื่อเทียบกับยูโรและสกุลเงินสำคัญที่ทำไว้เมื่อวานนี้ เมื่อนายเบน เบอร์นันเก้ ประธานธนาคารกลางสหรัญ เฟด ได้ออกคำเตือนถึงอันตรายด้านเงินเฟ้อจากดอลลาร์ที่อ่อนค่า
นายเบน เบอร์นันเก้กล่าวว่า ดอลลาร์ที่อ่อนค่ากำลังเพิ่มแรงกดดันด้านราคา และเฟดพร้อมทั้งกระทรวงการคลังสหรัฐกำลังจับตาดูตลาดเงินอย่างระมัดระวัง ซึ่งบ่งชี้ถึงความวิตกมากขึ้นของสหรัฐต่อค่าเงินดอลลาร์ และโอกาสที่จะมีการแทรกแซงเพื่อพยุงค่าเงินดอลลาร์
การร่วงลงแตะระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ของดอลลาร์ในปีนี้ ทำให้เกิดวัฏจักรเลวร้ายด้วยการทำให้ราคาน้ำมันและสินค้าโภคภัณฑ์พุ่งขึ้นอย่างมาก และสร้างแรงกดดันด้านเงินเฟ้อในสหรัฐและทั่วโลก
ความเห็นของนายเบน เบอร์นันเก้ยังบ่งชี้ว่าเฟดไม่มีแนวโน้มที่จะลดอัตราดอกเบี้ยลงอีกจากระดับ 2% ในขณะนี้ และนักลงทุนกำลังคาดว่าเฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในปีนี้
ขณะที่นายเฮนรี่ พอลสัน รมว.คลังสหรัฐกล่าวย้ำว่า ดอลลาร์ที่แข็งค่าขึ้นเป็นผลประโยชน์ของประเทศ แต่ความเห็นดังกล่าวก็แทบไม่ได้รับความสนใจ เนื่องจาก รมว.คลังสหรัฐไม่ได้ออกมาระบุเช่นนั้นเป็นเวลาหลายปี แม้ในขณะที่ดอลลาร์ร่วงลงก็ตาม
แต่ความเห็นของนายเบน เบอร์นันเก้เป็นที่ยอมรับ โดยเฉพาะเมื่อเขากล่าวว่าเฟดและกระทรวงการคลังสหรัฐกำลังจับตาดูตลาดเงิน ซึ่งสอดคล้องกับแถลงการณ์ล่าสุดของผู้นำทางการเงินของกลุ่มประเทศอุตสาหกรรมชั้นนำทั้ง 7 หรือ จี-7 ซึ่งถูกมองว่าเป็นการสนับสนุนค่าเงินดอลลาร์
เราถือว่านี่เป็นการเปลี่ยนคำพูดอย่างมีความหมาย นักวางแผนกลยุทธ์สกุลเงินจากมอร์แกน สแตนเลย์กล่าว พร้อมเสริมว่านั่นอาจช่วยให้ดอลลาร์ฟื้นตัวมากขึ้น
เฟดอาจจะไม่ได้แสดงความเห็นเหล่านี้ออกมาถ้าไม่ได้รับการสนับสนุนจากกระทรวงการคลัง เนื่องจากกระทรวงรับผิดชอบนโยบายอัตราแลกเปลี่ยน ดังนั้น เราจึงมองว่านี้เป็นสัญญาณร่วมกันจากเจ้าหน้าที่ทางการเงินของสหรัฐ
*คำเตื่อนของนายเบน เบอร์นันเก้ ในระหว่างการแสดงสุนทรพจน์ต่อที่ประชุมนโยบายการเงินในบาร์เซโลนา เราให้ความสนใจกับการเปลี่ยนแปลงของค่าเงินดอลลาร์ ที่มีผลต่อเงินเฟ้อและการคาดการณ์เงินเฟ้อ เขายังกล่าวเสริมว่า เฟดและกระทรวงการคลังยังคงจับตาอย่างระมัดระวังต่อการปรับตัวของตลาดสกุลเงิน
มาดูข้อมูลทองได้ที่
www.gold2sky.com ครับ