FiZoneS ราคาหุ้น ราคาทองคำวันนี้ ราคาน้ำมัน ค่าเงิน
กันยายน 06, 2010, 08:05:32 pm *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
 
   หน้าแรก   ช่วยเหลือ ค้นหา เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  
หน้า: [1] 2 3   ลงล่าง
  ส่งหัวข้อนี้  |  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: คุณคิดว่า ราคาหุ้น : SET ในระยะยาว / เดือน นี้เป็นอย่างไร  (อ่าน 17553 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
stock
Newbie
*

การ์ม่า: 0
กระทู้: 2


« เมื่อ: กุมภาพันธ์ 04, 2007, 02:28:36 pm »

 ยิ้มกว้างๆ กระดานสนทนาเกี่ยวกับหุ้น สำหรับนักลงทุนระยะยาว  แลบลิ้น
บันทึกการเข้า
เอฟ
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #1 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 05, 2007, 10:53:04 am »

 ยิ้มเท่ห์ SET เดือนมกราคม  สูงสุด 677.55 ต่ำสุด 608.14 เปิด 677.55 ปิด 654.04

 ยิงฟันยิ้ม แนวโน้มเดือนกุมภาพันธ์ ปรับตัวดีขึ้น
บันทึกการเข้า
เอฟ
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #2 เมื่อ: มีนาคม 06, 2007, 09:51:16 am »

 ยิ้ม SET เดือนกุมภาพันธ์  สูงสุด 701.85  ต่ำสุด 655.96  เปิด 655.93  ปิด 677.13


บันทึกการเข้า
F
Jr. Member
**

การ์ม่า: 0
กระทู้: 57


« ตอบ #3 เมื่อ: เมษายน 02, 2007, 03:10:17 pm »

 เจ๋ง ในระยะยาวการปรับฐานจบลงแล้ว
บันทึกการเข้า
Mr.G
Sr. Member
****

การ์ม่า: 0
กระทู้: 474


« ตอบ #4 เมื่อ: พฤษภาคม 02, 2007, 10:34:23 am »

 เจ๋ง ในระยะยาว การปรับฐานจบแล้ว ยังเป็นขาขึ้นอยู่
บันทึกการเข้า
Mr.G
Sr. Member
****

การ์ม่า: 0
กระทู้: 474


« ตอบ #5 เมื่อ: กรกฎาคม 02, 2007, 06:20:17 pm »

 เจ๋ง ตลาดหุ้นเริ่มปรับตัวเพิ่มขึ้นตั้งแต่เดือนเมษายน ประมาณ 670 จุด

 เจ๋ง จนกระทั่งถึงเดือน กรกฎาคม วันนี้ตลาดหุ้น ปิดที่  792 จุด ปรับตัวเพิ่มขึ้น 100 กว่าจุด

 เจ๋ง แนวโน้มในระยะยาว จะต้องมีการปรับฐาน เป็นเรื่องปกติของตลาดหุ้น
บันทึกการเข้า
Mr.G
Sr. Member
****

การ์ม่า: 0
กระทู้: 474


« ตอบ #6 เมื่อ: กรกฎาคม 16, 2007, 10:07:56 am »

 เจ๋ง ในระยะยาว สัญญาณเป็น +
บันทึกการเข้า
Mr.G
Sr. Member
****

การ์ม่า: 0
กระทู้: 474


« ตอบ #7 เมื่อ: สิงหาคม 01, 2007, 01:05:51 pm »

 เจ๋ง  ระยะเดือน เปลี่ยนเป็นสัญญาณ  -

บันทึกการเข้า
Mr.G
Sr. Member
****

การ์ม่า: 0
กระทู้: 474


« ตอบ #8 เมื่อ: กันยายน 10, 2007, 10:20:16 am »

 เจ๋ง เดือนกันยายน เป็นระยะการปรับพอร์ต..
บันทึกการเข้า
Mr.G
Sr. Member
****

การ์ม่า: 0
กระทู้: 474


« ตอบ #9 เมื่อ: ตุลาคม 02, 2007, 10:37:30 am »

 เจ๋ง เดือนตุลาคม เปลี่ยนเป็นสัญญาณ +
บันทึกการเข้า
THIP
Newbie
*

การ์ม่า: 0
กระทู้: 1


« ตอบ #10 เมื่อ: ตุลาคม 02, 2007, 11:40:31 am »

เหอ เข้ามาได้ซะที งง อยู่นานเลย  ช่วงก่อนหน้านี้เพิ่งซื้อไป  รอให้ขึ้นอยู่ค่ะ  ร้องไห้
บันทึกการเข้า
Mr.G
Sr. Member
****

การ์ม่า: 0
กระทู้: 474


« ตอบ #11 เมื่อ: ตุลาคม 29, 2007, 03:23:22 pm »

 เจ๋ง ราคาหุ้น ทำสถิติสูงสุดทะลุ 900 จุด..
บันทึกการเข้า
Mr.G
Sr. Member
****

การ์ม่า: 0
กระทู้: 474


« ตอบ #12 เมื่อ: พฤศจิกายน 05, 2007, 10:44:44 am »

 เจ๋ง ราคาหุ้นเปลี่ยนทิศทางเป็น -

บันทึกการเข้า
Mr.G.
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #13 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 04, 2008, 02:47:52 pm »

 เจ๋งเจ๋ง
บันทึกการเข้า
Mr.G
Sr. Member
****

การ์ม่า: 0
กระทู้: 474


« ตอบ #14 เมื่อ: มีนาคม 10, 2008, 10:31:11 am »

 เจ๋งเจ๋ง
บันทึกการเข้า
Mr.G
Sr. Member
****

การ์ม่า: 0
กระทู้: 474


« ตอบ #15 เมื่อ: เมษายน 18, 2008, 07:52:25 am »

 เจ๋งเจ๋ง
บันทึกการเข้า
Professor..
Newbie
*

การ์ม่า: 0
กระทู้: 1


« ตอบ #16 เมื่อ: เมษายน 20, 2008, 02:24:53 am »

ผมว่าระยะสั้นคงจะผันผวน  ประการแรกเลย  ผมว่าคงต้องรอลุ้นมาตรการทางเศรษฐกิจของจีนและสหรัฐฯ  ว่าจะจัดการกับเงินเฟ้อและสภาวะทางเศรษฐกิจของตนเองอย่างไร ?   ในสหรัฐฯ  ผมคิดว่า “เฟด” คงจะงัดมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจระยะสั้นออกมาใช้  นั่นก็คือการลดดอกเบี้ยลงอีกนั่นเอง  ส่วนจีนนั้นผมไม่ค่อยมั่นใจเท่าไหร่  คือถ้าไม่คงเอาไว้ก็เพิ่มละมั้ง?       แต่จะเพิ่มเท่าไหร่ก็ไม่ทราบเช่นกันครับ  ในใจผมนั่นคิดว่าคงต้องเพิ่มแน่ๆ ฮ่าๆๆ~  เพราะจีนคงต้องการที่จะลดความร้อนแรงทางเศรษฐกิจของตน  ซึ่งมีภาวะฟองสบู่ก่อตัวขึ้นลางๆ   เนื่องมาจากตลาดหุ้นจีนมีการเก็งกำไรกันมาก  แต่ก็ยังไม่เท่าในญี่ปุ่น ซึ่งมีค่า P/E เฉลี่ยแล้วประมาณ 50-60 เท่า  แต่ผมว่ามันน่าจะมากกว่านั้นเท่าที่ผมได้เคยสัมผัสมา  เมื่อประมาณ 2-3 ปีก่อนหน้านี้  ผมเคยคิดจะไปลงทุนที่ญี่ปุ่น (ตามสถานการณ์การเมืองที่ไม่ค่อยจะสู้ดีนัก  บวกกับคำแนะนำจากเพื่อนๆและกูรูที่นับถือคนหนึ่ง  หมายถึงในช่วงเวลานั่นน่ะนะ)  แต่เท่าที่ทำการศึกษาข้อมูลของบริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหุ้นของญี่ปุ่นแล้ว  มันทำให้ผมไม่กล้าตัดสินใจที่จะลงทุนจริงๆ  เพราะค่า P/E สูงมากๆ  มากกว่า 50-60 เท่า  ซึ่งนั่นมันก็หมายถึงเงินที่ผมลงทุนไปนั้น  กว่าจะคืนทุนก็คงจะใช้เวลามากกว่า 50-60  ปีเป็นแน่  แต่ก็มีหุ้นที่ผมสนใจอยู่ตัวหนึ่ง  ขึ้นต้นด้วยตัว N ล่ะกัน  เพราะไม่อยากชี้นำมากนัก  เป็นหุ้นที่อยู่ในอุตสาหกรรมเหล็ก  ซึ่งในช่วงนั้นผมสนใจเป็นพิเศษ  ประกอบกับชอบในหุ้นตัวนี้อยู่แล้ว  แม้ว่ามันจะเป็นกึ่งๆ หุ้นวัฏจักร  แต่ตอนนี้มั่นใจแล้วว่ามันเป็นหุ้นวัฏจักรจริงๆ (เพราะลักษณะของหุ้นวัฏจักร คือเราไม่สามารถเอาแน่เอานอนมันได้  ต้องอาศัยรอบของมันซึ่งก็คาดการได้ยาก ว่าเมื่อไหร่มันจะมา และถ้ามันมาแล้ว มันจะให้ผลตอบแทนมากน้อยแค่ไหนกับเรา)  พูดถึงหุ้น N กันต่อ  เอ่อๆ ผมลืมบอกไปว่ายังไม่ได้ซื้อหุ้น N นะครับ  หุ้นตัวนั้น ณ ตอนนี้ราคามันขึ้นมา 200 % กว่าๆ  ย้อนหลังไปเพียง 2-3 ปี  ผมแปลกใจกับตลาดหุ้นของญี่ปุ่นมาก  ผมได้ศึกษาหุ้นตัวนั่นย้อนหลังไปประมาณ 5 ปี  ผลปรากฎออกมาว่าระยะเวลา 5 ปี  บริษัททำกำไรสุทธิ  เฉลี่ยเพียง 6 % ต่อปี  แต่ราคาหุ้น เพิ่มขึ้นเป็น 200 % กว่าๆ  ในระยะเวลาเพียง 3 ปี     ผมได้แต่คิดหาเหตุผลมาหักล้างกับคำตอบที่ผมได้ศึกษา  จนกระทั่งบัดนี้ก็ไม่พบว่าเพราะอะไร ?     ผมคิดว่าเศรษฐกิจของญี่ปุ่นมีโอกาสที่จะตามสหรัฐฯ ไปคงอีกไม่นานนัก      เพราะว่าญี่ปุ่นเป็นประเทศอุตสาหกรรม      และอุตสาหกรรมส่วนใหญ่จะอิงกับสหรัฐฯ  ประกอบกับราคาน้ำมันที่สูงขึ้น และมีแนวโน้มที่จะสูงขึ้นไปเรื่อยๆ  บวกกับราคาสินค้าเกษตรที่นับวันจะยิ่งสูงขึ้น และผมคิดว่าในระยะยาวก็คงสูงขึ้นไปกว่านี้อีกแน่ๆ  เพราะพื้นที่สำหรับทำการเกษตรทั่วโลกลดลง  เนื่องมาจากการขยายตัวของเมือง  แต่กลับกันประชากรโลกเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ  แล้วภาวะโลกร้อนที่ทำให้เกิดภัยธรรมชาติบ่อยครั้ง(ตัวแปรที่คาดการได้ยากที่สุด)  และราคาของสินค้าประเภทปิโตรเคมีที่เพิ่มสูงขึ้นตามราคาน้ำมัน  อีกสิ่งหนึ่งก็คือปริมาณคนรวยที่เพิ่มมากขึ้นจากการขยายตัวทางเศรษฐกิจ ของจีน อินเดีย รัสเซีย บราซิล และประเทศในเอเชียอีกหลายๆ ประเทศ   นั่นก็หมายถึงการบริโภคเนื้อสัตว์ย่อมเพิ่มมากขึ้นตามมาด้วย (ขอยกตัวอย่างแค่หมูนะครับ)  มีการวิจัยทางปศุสัตว์ พบว่าการที่หมูตัวหนึ่งจะมีน้ำหนักเพิ่มขึ้น 1 กิโลกรัมได้ หมูตัวนั่นต้องกินอาหารเฉลี่ยประมาณ 10 กิโลกรัม(ขนาดคนยังไม่พอกินเลยหมูยังมาแย่งกินอีก)  นี่ก็คงเป็นแค่สาเหตุเบื้องต้น ที่ผมวิเคราะห์เล่นๆ  จริงๆแล้วมีอีกหลายสาเหตุแต่ที่ผม พอจะชี้เฉพาะเจาะจงได้ แต่มันคงจะยาวไป ฮ่าๆ~       เอ่อๆ คงจะมีท่านผู้อ่านงงว่า  รัสเซียกับบราซิลมาเกี่ยวอะไรด้วย  กับการขยายตัวทางเศรษฐกิจของโลก  ไม่ต้องงงหรอกครับ  เพราะว่าผมก็ไม่ได้พิมพ์ผิดซักหน่อย ฮ่าๆ~   จริงๆแล้ว 2 ประเทศนี้เกี่ยวอย่างมากเลยครับ  โดยเฉพาะรัสเซียเป็นประเทศที่มีแหล่งน้ำมันมากที่สุดในโลก  หลายคงเข้าใจว่าเป็นซาอุฯ หรือประเทศแถบตะวันออกกลาง ที่มีน้ำมันมากที่สุดในโลก จริงๆ แล้วเป็นรัสเซียครับ      ยกตัวอย่างเศรษฐีน้ำมันของรัสเซีย  ที่เป็นเจ้าของสโมสรฟุตบอลชื่อดังในลีคของอังกฤษ  แล้วที่หน้าสนใจไปกว่านั้นก็คือความแตกต่าง  ระหว่างรัสเซียกับโอเปคคือ  สัมปทานการสำรวจและขุดเจาะน้ำมันนั้นเป็นของชาวรัสเซียเอง  ต่างกันโดยสิ้นเชิงกับประเทศในกลุ่มโอเปคที่สัมปทานส่วนใหญ่เป็นของบริษัทน้ำมันรายใหญ่ๆของโลก  ซึ่งนั่นก็หมายถึงผลประโยชน์ของชาติต้องถูกแบ่งให้กับต่างชาติด้วย  อย่างน้อยก็ครึ่งหนึ่งล่ะ  แต่รัสเซีย ซึ่งสัมปทานเป็นของคนในประเทศเอง  ผลประโยชน์มหาศาลยอมอยู่ในประเทศแน่นอนครับ (สุภาษิตที่ว่า เรือล่มในหนองทองจะไปไหนเสีย คงจะใช้ได้กับรัสเซียเช่นกันนะครับ และถ้ารัสเซียยังไม่ได้ขายอลาสก้าให้สหรัฐฯ  ผมมั่นใจว่า  วันนี้ทุกคนคงรู้แล้วว่าใครเป็นมหาอำนาจตัวจริง มีทั้งกำลังและน้ำมัน ฮ่าๆ~)  การที่รัสเซียจะก้าวมาเป็นมหาอำนาจได้นั่นปัจจัยหนึ่งก็คือ  ลดการใช้น้ำมันภายในประเทศของตนเอง  และแน่นนอนครับ  ผมมีเหตุผลมาสนับสนุนรัสเซียอีกเช่นเคย     เพราะภาวะโลกร้อนส่งผลให้อากาศที่รัสเซียอบอุ่นขึ้น  อากาศอบอุ่นขึ้นแน่นอนครับปริมาณการใช้น้ำมันย่อมลดลง เพราะรัสเซียเป็นประเทศที่ใหญ่มาก  และหนาวทั้งปี  บวกกับเรื่องพื้นที่เพาะปลูกที่เพิ่มขึ้น เป็นผลสืบเนื่องมาจากปัจจัยเรื่องของอากาศ  รัสเซียนี่ก็ปลูกข้าวนะครับ  แต่เป็นข้าวบาเล่ห์  ไม่ใช้ข้าวแบบบ้านเรา  และการเกษตรของรัสเซียได้เปรียบหลายๆ ประเทศ  เพราะรัสเซียสามารถผลิตสินค้าประเภทปิโตรเคมีเองได้  นั่นก็คือ ปุ๋ยเคมี และ สารเคมีกำจัดแมลง, กำจัดวัชพืช สารเร่งหรือฮอร์โมนเร่งการเจริญเติบโตในพืช และอื่นๆ     ผมว่านี่เป็นจุดแข็งอย่างมากสำหรับการเกษตรของรัสเซียที่เหนือกว่าประเทศที่เป็นจ้าวตลาดอย่างประเทศไทย  และอีกหลายๆประเทศ  รวมถึงประเทศในกลุ่มโอเปคที่รวยเพราะน้ำมันอย่างเดียว  อีกหน่อยมันคงต้องกินน้ำมันของมันเอง  เพราะว่ามันปลูกข้าวไม่ได้  แต่ยังไงๆ ประเทศเราก็ต้องซื้อปุ๋ยของมันเหมือนเดิมรวมถึงน้ำมันด้วย  ฮ่าๆ~  (อยากให้ผู้อ่านลองสังเกตดูว่าเวลาน้ำมันขึ้นไปสูงๆ  ไม่เห็นว่ารัสเซียจะออกมาดิ้นรนอะไร  ผิดกับบางประเทศที่เอาค่าเงินไปผูกติดกับน้ำมันและทองคำ  เวลาล้มทีก็ดึงคนอื่นลงเหวไปด้วย  ฟังๆดูแล้วคล้ายๆ กับว่าผมไปน้อยใจอะไรไอ่ประเทศนั้น  ทั้งที่ตัวผมเองเรียนจบและเคยทำงานที่นั่นมาก่อน  จริงๆไม่ได้น้อยใจอะไรมากมายหรอกครับ  ก็แค่ซับไพรมกับจอร์จ บุช แค่นั้นเอง ฮ่าๆ~  (เล่นเอาซะพอร์ตของผมเกือบ...เลย  ลงเอาไว้ที่นั่นเยอะพอสมควร  ดีนะที่เป็นเงินนาย  ถ้าเป็นเงินที่บ้านผมคงคลั่งตายไม่ก็โดนตีหัวแตกตายไปแล้วล่ะ ฮ่าๆ!!)


ปล. ขอให้ทุกท่านโชคดีราตรีสวัสดีครับ (แถมนิด ตลาดบ้านเรา ค่า PE เฉลี่ย 13 %  ตามที่ผมคำนวน  สูตรของผมจะบวก  ดิวิเดนเข้าไปด้วยอย่า งง กันนะครับ  เอ่อ.. ว่าแต่ใครจะอ่านจบล่ะเนี่ย?      รู้สึกจะยาวไปแต่ในใจมันมีให้ระบายอีกเยอะเลย นี่ขนาดยังไม่ได้เล่าเรื่อง ซับไพรมกับจอร์จ บุช)

ปล.(2)  ขอแถมอีกนิดครับ  ผู้อ่านท่านใดที่สนใจจะไปลงทุนที่รัสเซีย  ติดต่อผมด้วยนะกำลังหาคนไปตายด้วยกันฮ่าๆๆ~   จริงๆแล้วผมจะขอคำปรึกษาเรื่องการลงทุนในรัสเซียครับ  ใครเป็นกูรูติดต่อด่วนครับ  (ขอบคุณครับ)

E-mail: Professorers@hotmail.com
   
บันทึกการเข้า
Mr.G
Sr. Member
****

การ์ม่า: 0
กระทู้: 474


« ตอบ #17 เมื่อ: พฤษภาคม 22, 2008, 07:29:43 am »

 เจ๋งเจ๋ง
บันทึกการเข้า
Mr.G
Sr. Member
****

การ์ม่า: 0
กระทู้: 474


« ตอบ #18 เมื่อ: มิถุนายน 02, 2008, 12:50:07 pm »

 เจ๋งเจ๋ง
บันทึกการเข้า
Mr.G
Sr. Member
****

การ์ม่า: 0
กระทู้: 474


« ตอบ #19 เมื่อ: กรกฎาคม 15, 2008, 08:54:54 am »

 เจ๋งเจ๋ง
บันทึกการเข้า
หน้า: [1] 2 3   ขึ้นบน
  ส่งหัวข้อนี้  |  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1 RC3 | SMF © 2001-2006, Lewis Media | Thai language by ThaiSMF Valid XHTML 1.0! Valid CSS!
:: HOME :: กราฟ ราคาทองคำแท่งวันนี้ ::::: ข้อมูลทางการเงิน ::::: ห้องสนทนา ::::: กราฟแนวโน้มราคาหุ้น :::::

Japan  :  Nikkei

 
[Most Recent Exchange Rate from www.kitco.com]
 
  [Most Recent USD from www.kitco.com]
USD Index :: Gold Price = - -

Monthly :: Gold Price
HSKI :: SET = + +
[Most Recent Quotes from www.kitco.com]