stock
Newbie
การ์ม่า: 0
กระทู้: 2
|
 |
« เมื่อ: กุมภาพันธ์ 04, 2007, 02:28:36 pm » |
|
 กระดานสนทนาเกี่ยวกับหุ้น สำหรับนักลงทุนระยะยาว 
|
|
|
|
|
บันทึกการเข้า
|
|
|
|
|
เอฟ
บุคคลทั่วไป
|
 |
« ตอบ #1 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 05, 2007, 10:53:04 am » |
|
 SET เดือนมกราคม สูงสุด 677.55 ต่ำสุด 608.14 เปิด 677.55 ปิด 654.04  แนวโน้มเดือนกุมภาพันธ์ ปรับตัวดีขึ้น
|
|
|
|
|
บันทึกการเข้า
|
|
|
|
|
เอฟ
บุคคลทั่วไป
|
 |
« ตอบ #2 เมื่อ: มีนาคม 06, 2007, 09:51:16 am » |
|
 SET เดือนกุมภาพันธ์ สูงสุด 701.85 ต่ำสุด 655.96 เปิด 655.93 ปิด 677.13
|
|
|
|
|
บันทึกการเข้า
|
|
|
|
F
Jr. Member

การ์ม่า: 0
กระทู้: 57
|
 |
« ตอบ #3 เมื่อ: เมษายน 02, 2007, 03:10:17 pm » |
|
 ในระยะยาวการปรับฐานจบลงแล้ว
|
|
|
|
|
บันทึกการเข้า
|
|
|
|
Mr.G
Sr. Member
  
การ์ม่า: 0
กระทู้: 474
|
 |
« ตอบ #4 เมื่อ: พฤษภาคม 02, 2007, 10:34:23 am » |
|
 ในระยะยาว การปรับฐานจบแล้ว ยังเป็นขาขึ้นอยู่
|
|
|
|
|
บันทึกการเข้า
|
|
|
|
Mr.G
Sr. Member
  
การ์ม่า: 0
กระทู้: 474
|
 |
« ตอบ #5 เมื่อ: กรกฎาคม 02, 2007, 06:20:17 pm » |
|
 ตลาดหุ้นเริ่มปรับตัวเพิ่มขึ้นตั้งแต่เดือนเมษายน ประมาณ 670 จุด  จนกระทั่งถึงเดือน กรกฎาคม วันนี้ตลาดหุ้น ปิดที่ 792 จุด ปรับตัวเพิ่มขึ้น 100 กว่าจุด  แนวโน้มในระยะยาว จะต้องมีการปรับฐาน เป็นเรื่องปกติของตลาดหุ้น
|
|
|
|
|
บันทึกการเข้า
|
|
|
|
Mr.G
Sr. Member
  
การ์ม่า: 0
กระทู้: 474
|
 |
« ตอบ #6 เมื่อ: กรกฎาคม 16, 2007, 10:07:56 am » |
|
 ในระยะยาว สัญญาณเป็น +
|
|
|
|
|
บันทึกการเข้า
|
|
|
|
Mr.G
Sr. Member
  
การ์ม่า: 0
กระทู้: 474
|
 |
« ตอบ #7 เมื่อ: สิงหาคม 01, 2007, 01:05:51 pm » |
|
 ระยะเดือน เปลี่ยนเป็นสัญญาณ -
|
|
|
|
|
บันทึกการเข้า
|
|
|
|
Mr.G
Sr. Member
  
การ์ม่า: 0
กระทู้: 474
|
 |
« ตอบ #8 เมื่อ: กันยายน 10, 2007, 10:20:16 am » |
|
 เดือนกันยายน เป็นระยะการปรับพอร์ต..
|
|
|
|
|
บันทึกการเข้า
|
|
|
|
Mr.G
Sr. Member
  
การ์ม่า: 0
กระทู้: 474
|
 |
« ตอบ #9 เมื่อ: ตุลาคม 02, 2007, 10:37:30 am » |
|
 เดือนตุลาคม เปลี่ยนเป็นสัญญาณ +
|
|
|
|
|
บันทึกการเข้า
|
|
|
|
THIP
Newbie
การ์ม่า: 0
กระทู้: 1
|
 |
« ตอบ #10 เมื่อ: ตุลาคม 02, 2007, 11:40:31 am » |
|
เหอ เข้ามาได้ซะที งง อยู่นานเลย ช่วงก่อนหน้านี้เพิ่งซื้อไป รอให้ขึ้นอยู่ค่ะ 
|
|
|
|
|
บันทึกการเข้า
|
|
|
|
Mr.G
Sr. Member
  
การ์ม่า: 0
กระทู้: 474
|
 |
« ตอบ #11 เมื่อ: ตุลาคม 29, 2007, 03:23:22 pm » |
|
 ราคาหุ้น ทำสถิติสูงสุดทะลุ 900 จุด..
|
|
|
|
|
บันทึกการเข้า
|
|
|
|
Mr.G
Sr. Member
  
การ์ม่า: 0
กระทู้: 474
|
 |
« ตอบ #12 เมื่อ: พฤศจิกายน 05, 2007, 10:44:44 am » |
|
 ราคาหุ้นเปลี่ยนทิศทางเป็น -
|
|
|
|
|
บันทึกการเข้า
|
|
|
|
|
Mr.G.
บุคคลทั่วไป
|
 |
« ตอบ #13 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 04, 2008, 02:47:52 pm » |
|
 + 
|
|
|
|
|
บันทึกการเข้า
|
|
|
|
|
|
|
|
Professor..
Newbie
การ์ม่า: 0
กระทู้: 1
|
 |
« ตอบ #16 เมื่อ: เมษายน 20, 2008, 02:24:53 am » |
|
ผมว่าระยะสั้นคงจะผันผวน ประการแรกเลย ผมว่าคงต้องรอลุ้นมาตรการทางเศรษฐกิจของจีนและสหรัฐฯ ว่าจะจัดการกับเงินเฟ้อและสภาวะทางเศรษฐกิจของตนเองอย่างไร ? ในสหรัฐฯ ผมคิดว่า เฟด คงจะงัดมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจระยะสั้นออกมาใช้ นั่นก็คือการลดดอกเบี้ยลงอีกนั่นเอง ส่วนจีนนั้นผมไม่ค่อยมั่นใจเท่าไหร่ คือถ้าไม่คงเอาไว้ก็เพิ่มละมั้ง? แต่จะเพิ่มเท่าไหร่ก็ไม่ทราบเช่นกันครับ ในใจผมนั่นคิดว่าคงต้องเพิ่มแน่ๆ ฮ่าๆๆ~ เพราะจีนคงต้องการที่จะลดความร้อนแรงทางเศรษฐกิจของตน ซึ่งมีภาวะฟองสบู่ก่อตัวขึ้นลางๆ เนื่องมาจากตลาดหุ้นจีนมีการเก็งกำไรกันมาก แต่ก็ยังไม่เท่าในญี่ปุ่น ซึ่งมีค่า P/E เฉลี่ยแล้วประมาณ 50-60 เท่า แต่ผมว่ามันน่าจะมากกว่านั้นเท่าที่ผมได้เคยสัมผัสมา เมื่อประมาณ 2-3 ปีก่อนหน้านี้ ผมเคยคิดจะไปลงทุนที่ญี่ปุ่น (ตามสถานการณ์การเมืองที่ไม่ค่อยจะสู้ดีนัก บวกกับคำแนะนำจากเพื่อนๆและกูรูที่นับถือคนหนึ่ง หมายถึงในช่วงเวลานั่นน่ะนะ) แต่เท่าที่ทำการศึกษาข้อมูลของบริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหุ้นของญี่ปุ่นแล้ว มันทำให้ผมไม่กล้าตัดสินใจที่จะลงทุนจริงๆ เพราะค่า P/E สูงมากๆ มากกว่า 50-60 เท่า ซึ่งนั่นมันก็หมายถึงเงินที่ผมลงทุนไปนั้น กว่าจะคืนทุนก็คงจะใช้เวลามากกว่า 50-60 ปีเป็นแน่ แต่ก็มีหุ้นที่ผมสนใจอยู่ตัวหนึ่ง ขึ้นต้นด้วยตัว N ล่ะกัน เพราะไม่อยากชี้นำมากนัก เป็นหุ้นที่อยู่ในอุตสาหกรรมเหล็ก ซึ่งในช่วงนั้นผมสนใจเป็นพิเศษ ประกอบกับชอบในหุ้นตัวนี้อยู่แล้ว แม้ว่ามันจะเป็นกึ่งๆ หุ้นวัฏจักร แต่ตอนนี้มั่นใจแล้วว่ามันเป็นหุ้นวัฏจักรจริงๆ (เพราะลักษณะของหุ้นวัฏจักร คือเราไม่สามารถเอาแน่เอานอนมันได้ ต้องอาศัยรอบของมันซึ่งก็คาดการได้ยาก ว่าเมื่อไหร่มันจะมา และถ้ามันมาแล้ว มันจะให้ผลตอบแทนมากน้อยแค่ไหนกับเรา) พูดถึงหุ้น N กันต่อ เอ่อๆ ผมลืมบอกไปว่ายังไม่ได้ซื้อหุ้น N นะครับ หุ้นตัวนั้น ณ ตอนนี้ราคามันขึ้นมา 200 % กว่าๆ ย้อนหลังไปเพียง 2-3 ปี ผมแปลกใจกับตลาดหุ้นของญี่ปุ่นมาก ผมได้ศึกษาหุ้นตัวนั่นย้อนหลังไปประมาณ 5 ปี ผลปรากฎออกมาว่าระยะเวลา 5 ปี บริษัททำกำไรสุทธิ เฉลี่ยเพียง 6 % ต่อปี แต่ราคาหุ้น เพิ่มขึ้นเป็น 200 % กว่าๆ ในระยะเวลาเพียง 3 ปี ผมได้แต่คิดหาเหตุผลมาหักล้างกับคำตอบที่ผมได้ศึกษา จนกระทั่งบัดนี้ก็ไม่พบว่าเพราะอะไร ? ผมคิดว่าเศรษฐกิจของญี่ปุ่นมีโอกาสที่จะตามสหรัฐฯ ไปคงอีกไม่นานนัก เพราะว่าญี่ปุ่นเป็นประเทศอุตสาหกรรม และอุตสาหกรรมส่วนใหญ่จะอิงกับสหรัฐฯ ประกอบกับราคาน้ำมันที่สูงขึ้น และมีแนวโน้มที่จะสูงขึ้นไปเรื่อยๆ บวกกับราคาสินค้าเกษตรที่นับวันจะยิ่งสูงขึ้น และผมคิดว่าในระยะยาวก็คงสูงขึ้นไปกว่านี้อีกแน่ๆ เพราะพื้นที่สำหรับทำการเกษตรทั่วโลกลดลง เนื่องมาจากการขยายตัวของเมือง แต่กลับกันประชากรโลกเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ แล้วภาวะโลกร้อนที่ทำให้เกิดภัยธรรมชาติบ่อยครั้ง(ตัวแปรที่คาดการได้ยากที่สุด) และราคาของสินค้าประเภทปิโตรเคมีที่เพิ่มสูงขึ้นตามราคาน้ำมัน อีกสิ่งหนึ่งก็คือปริมาณคนรวยที่เพิ่มมากขึ้นจากการขยายตัวทางเศรษฐกิจ ของจีน อินเดีย รัสเซีย บราซิล และประเทศในเอเชียอีกหลายๆ ประเทศ นั่นก็หมายถึงการบริโภคเนื้อสัตว์ย่อมเพิ่มมากขึ้นตามมาด้วย (ขอยกตัวอย่างแค่หมูนะครับ) มีการวิจัยทางปศุสัตว์ พบว่าการที่หมูตัวหนึ่งจะมีน้ำหนักเพิ่มขึ้น 1 กิโลกรัมได้ หมูตัวนั่นต้องกินอาหารเฉลี่ยประมาณ 10 กิโลกรัม(ขนาดคนยังไม่พอกินเลยหมูยังมาแย่งกินอีก) นี่ก็คงเป็นแค่สาเหตุเบื้องต้น ที่ผมวิเคราะห์เล่นๆ จริงๆแล้วมีอีกหลายสาเหตุแต่ที่ผม พอจะชี้เฉพาะเจาะจงได้ แต่มันคงจะยาวไป ฮ่าๆ~ เอ่อๆ คงจะมีท่านผู้อ่านงงว่า รัสเซียกับบราซิลมาเกี่ยวอะไรด้วย กับการขยายตัวทางเศรษฐกิจของโลก ไม่ต้องงงหรอกครับ เพราะว่าผมก็ไม่ได้พิมพ์ผิดซักหน่อย ฮ่าๆ~ จริงๆแล้ว 2 ประเทศนี้เกี่ยวอย่างมากเลยครับ โดยเฉพาะรัสเซียเป็นประเทศที่มีแหล่งน้ำมันมากที่สุดในโลก หลายคงเข้าใจว่าเป็นซาอุฯ หรือประเทศแถบตะวันออกกลาง ที่มีน้ำมันมากที่สุดในโลก จริงๆ แล้วเป็นรัสเซียครับ ยกตัวอย่างเศรษฐีน้ำมันของรัสเซีย ที่เป็นเจ้าของสโมสรฟุตบอลชื่อดังในลีคของอังกฤษ แล้วที่หน้าสนใจไปกว่านั้นก็คือความแตกต่าง ระหว่างรัสเซียกับโอเปคคือ สัมปทานการสำรวจและขุดเจาะน้ำมันนั้นเป็นของชาวรัสเซียเอง ต่างกันโดยสิ้นเชิงกับประเทศในกลุ่มโอเปคที่สัมปทานส่วนใหญ่เป็นของบริษัทน้ำมันรายใหญ่ๆของโลก ซึ่งนั่นก็หมายถึงผลประโยชน์ของชาติต้องถูกแบ่งให้กับต่างชาติด้วย อย่างน้อยก็ครึ่งหนึ่งล่ะ แต่รัสเซีย ซึ่งสัมปทานเป็นของคนในประเทศเอง ผลประโยชน์มหาศาลยอมอยู่ในประเทศแน่นอนครับ (สุภาษิตที่ว่า เรือล่มในหนองทองจะไปไหนเสีย คงจะใช้ได้กับรัสเซียเช่นกันนะครับ และถ้ารัสเซียยังไม่ได้ขายอลาสก้าให้สหรัฐฯ ผมมั่นใจว่า วันนี้ทุกคนคงรู้แล้วว่าใครเป็นมหาอำนาจตัวจริง มีทั้งกำลังและน้ำมัน ฮ่าๆ~) การที่รัสเซียจะก้าวมาเป็นมหาอำนาจได้นั่นปัจจัยหนึ่งก็คือ ลดการใช้น้ำมันภายในประเทศของตนเอง และแน่นนอนครับ ผมมีเหตุผลมาสนับสนุนรัสเซียอีกเช่นเคย เพราะภาวะโลกร้อนส่งผลให้อากาศที่รัสเซียอบอุ่นขึ้น อากาศอบอุ่นขึ้นแน่นอนครับปริมาณการใช้น้ำมันย่อมลดลง เพราะรัสเซียเป็นประเทศที่ใหญ่มาก และหนาวทั้งปี บวกกับเรื่องพื้นที่เพาะปลูกที่เพิ่มขึ้น เป็นผลสืบเนื่องมาจากปัจจัยเรื่องของอากาศ รัสเซียนี่ก็ปลูกข้าวนะครับ แต่เป็นข้าวบาเล่ห์ ไม่ใช้ข้าวแบบบ้านเรา และการเกษตรของรัสเซียได้เปรียบหลายๆ ประเทศ เพราะรัสเซียสามารถผลิตสินค้าประเภทปิโตรเคมีเองได้ นั่นก็คือ ปุ๋ยเคมี และ สารเคมีกำจัดแมลง, กำจัดวัชพืช สารเร่งหรือฮอร์โมนเร่งการเจริญเติบโตในพืช และอื่นๆ ผมว่านี่เป็นจุดแข็งอย่างมากสำหรับการเกษตรของรัสเซียที่เหนือกว่าประเทศที่เป็นจ้าวตลาดอย่างประเทศไทย และอีกหลายๆประเทศ รวมถึงประเทศในกลุ่มโอเปคที่รวยเพราะน้ำมันอย่างเดียว อีกหน่อยมันคงต้องกินน้ำมันของมันเอง เพราะว่ามันปลูกข้าวไม่ได้ แต่ยังไงๆ ประเทศเราก็ต้องซื้อปุ๋ยของมันเหมือนเดิมรวมถึงน้ำมันด้วย ฮ่าๆ~ (อยากให้ผู้อ่านลองสังเกตดูว่าเวลาน้ำมันขึ้นไปสูงๆ ไม่เห็นว่ารัสเซียจะออกมาดิ้นรนอะไร ผิดกับบางประเทศที่เอาค่าเงินไปผูกติดกับน้ำมันและทองคำ เวลาล้มทีก็ดึงคนอื่นลงเหวไปด้วย ฟังๆดูแล้วคล้ายๆ กับว่าผมไปน้อยใจอะไรไอ่ประเทศนั้น ทั้งที่ตัวผมเองเรียนจบและเคยทำงานที่นั่นมาก่อน จริงๆไม่ได้น้อยใจอะไรมากมายหรอกครับ ก็แค่ซับไพรมกับจอร์จ บุช แค่นั้นเอง ฮ่าๆ~ (เล่นเอาซะพอร์ตของผมเกือบ...เลย ลงเอาไว้ที่นั่นเยอะพอสมควร ดีนะที่เป็นเงินนาย ถ้าเป็นเงินที่บ้านผมคงคลั่งตายไม่ก็โดนตีหัวแตกตายไปแล้วล่ะ ฮ่าๆ!!) ปล. ขอให้ทุกท่านโชคดีราตรีสวัสดีครับ (แถมนิด ตลาดบ้านเรา ค่า PE เฉลี่ย 13 % ตามที่ผมคำนวน สูตรของผมจะบวก ดิวิเดนเข้าไปด้วยอย่า งง กันนะครับ เอ่อ.. ว่าแต่ใครจะอ่านจบล่ะเนี่ย? รู้สึกจะยาวไปแต่ในใจมันมีให้ระบายอีกเยอะเลย นี่ขนาดยังไม่ได้เล่าเรื่อง ซับไพรมกับจอร์จ บุช) ปล.(2) ขอแถมอีกนิดครับ ผู้อ่านท่านใดที่สนใจจะไปลงทุนที่รัสเซีย ติดต่อผมด้วยนะกำลังหาคนไปตายด้วยกันฮ่าๆๆ~ จริงๆแล้วผมจะขอคำปรึกษาเรื่องการลงทุนในรัสเซียครับ ใครเป็นกูรูติดต่อด่วนครับ (ขอบคุณครับ) E-mail: Professorers@hotmail.com
|
|
|
|
|
บันทึกการเข้า
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|